วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Solve the problem by "algorithm"

Algorithm

1. การเขียนรหัสจำลอง (Pseudo code) หมายถึง การเขียนโปรแกรมโดยไม่ต้องคำนึงถึงไวยากรณ์แต่เป็นภาษาที่นักเขียนโปรแกรมเข้าใจกันได้ มีลักษณะเป็นภาษาอังกฤษธรรมดาส่วนหนึ่งเป็นภาษาทำโปรแกรม

ตัวอย่าง การเขียน Pseudo code ในการหาค่าผลบวกเลข 3 จำนวน ที่รับเข้ามาทางแป้นพิมพ์
Algorithm Summation
1. SUM = 0
2. INPUT (value1)
3. INPUT (value2)
4. INPUT (value3)
5. SUM = value1 + value2 + value3
6. OUTPUT (SUM)
End.

2. การเขียนผังงาน (Flowchart) หมายถึง รูปภาพ (Image) หรือสัญลักษณ์ (Symbol) ที่ใช้เขียนแทนขั้นตอน คำอธิบาย ข้อความ หรือคำพูด ที่ใช้ในอัลกอริทึม (Algorithm) เพราะการนำเสนอขั้นตอนของงานให้เข้าใจตรงกัน ระหว่างผู้เกี่ยวข้องด้วยข้อความทำได้ยาก

ประโยชน์ของ Flowchart
* ทำให้เข้าใจ และแยกแยะปัญหาได้ง่าย (Problem Define)
* แสดงลำดับการทำงาน (Step Flowing)
* หาข้อผิดพลาดได้ง่าย (Easy to Debug)
* ทำความเข้าใจโปรแกรมได้ง่าย (Easyto Read)

ตัวอย่าง สัญลักษณ์ที่ใช้เขียนผังงาน Flowchart


รูปภาพสัญลักษณ์ความหมายของสัญลักษณ์
Flowchart Start or Stopเริ่มต้นหรือจบ Flowchart (Start or Stop)
Flowchart Processการประมวลผล (Process)
Flowchart Input Or Outputส่วนนำเข้าข้อมูลหรือแสดงผลข้อมูล (Input or Output)
Flowchart Decisionการตัดสินใจ (Decision)
Flowchart Connectorจุดเชื่อมต่อ (Connector)
Flowchart Direction of Flowทิศทางการทำงาน (Direction of Flow)


วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Technology Process.

การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ

กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process)

คือ  ขั้นตอนการแก้ปัญหาเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตด้วยกระบวนการเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ตามที่เราต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์  เพราะมนุษย์มีความต้องการในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในการดำรงชีวิต.

ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ได้แก่

1.วิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา
กำหนดปัญหาที่เกิดขึ้นหรือกำหนดขอบเขตการแก้ปัญหา จะต้องระบุความต้องการให้ชัดเจนว่า   ต้องการอะไร

2.รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นและเลือกวิธีแก้ปัญหา (
เมื่อกำหนดปัญหาแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหา  เช่น รวบรวมข้อมูลจากวารสาร สื่อเทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่วิธีการแก้ปัญหา ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งจะเป็นช่องทางที่สามารถใส่เนื้อหาที่เราต้องการให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ และถือว่าเป็นช่องทางของการบูรณาการได้ดีที่สุด จากนั้นะต้องตัดสินใจเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหา โดยนำข้อมูล ที่รวบรวมได้มาประกอบกันจนได้ข้อสรุปว่า จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาเป็นแบบใด โดยวิธีการที่เลือกอาจยึดแนวที่ว่า เมื่อเลือกแล้วจะทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น (Better) สะดวกสบายหรือรวดเร็วขึ้น(Fasterspeed) ประหยัดขึ้น (Cheaper) รวมทั้งวิธีการเหล่านี้ จะต้องสอดคล้องกับทรัพยากร (Resource) ที่มีอยู่

3.ออกแบบและปฏิบัติ 
ขั้นตอนนี้จะเป็นการทำให้เรารู้จักคิดออกแบบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเครื่องใช้เสมอไป อาจเป็นวิธการก็ได้ และการออกแบบไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเสมอไป อาจเป็นแค่ลำดับความคิด หรือจินตนาการให้เป็นขั้นตอนซึ่งรวมปฏิบัติการลงไปด้วย นั่นคือเมื่อออกแบบแล้วต้องลงมือทำ และลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ออกแบบไวh จากนั้นนำสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการนั้นทดลองใช้เพื่อทดสอบว่าใช้งานหรือทำงานได้ หรือไม่มีข้อบกพร่องอย่างไร ถ้ายังไม่ได้ก็ไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ ปรับปรุง แก้ไข

4.การปรับปรุงและทดสอบ 
หลังจากการทดสอบผลแล้วพบว่า สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น หรือวิธีการที่คิดขึ้นไม่ทำงานโดยมีข้อบกพร่อง ก็ทำการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมได้ เมื่อปรับปรุงแก้ไขจนใช้งานได้ดีตามวิธีการที่ออกแบบแล้ว ก็นำมาประเมินผลโดยรวมโดยพิจารณาดังนี้

     • สิ่งประดิษฐ์สามารถแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการที่ระบุไว้ได้หรือไม่
     • สวยงาม ดึงดูดใจผู้ใช้หรือไม่
     • แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหรือไม่
     • ต้นทูนสูงเกินไปหรือไม่
     • อื่นๆ

สรุปการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

         ไม่ว่าเราจะทำงานใดก็ตาม ปัญหาเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ปัญหามีหลายวิธี และการแก้ปัญหาอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยด้วยหรือจะไม่ใช้ก็ได้...
             การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยวิธีการต่างๆ  ส่วนมากจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และจำเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
            วิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีคล้ายกับการแก้ปัญกาทางวิศวกรรมมาก แต่ในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานใดๆ ก็ตาม จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบคอบเสียก่อน ทั้งนี้เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่ใช้เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหได้ทุกเรื่อง