การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process)
คือ ขั้นตอนการแก้ปัญหาเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการ
ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตด้วยกระบวนการเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดประโยชน์
ตามที่เราต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์
เพราะมนุษย์มีความต้องการในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในการดำรงชีวิต.
ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด 4 ขั้นตอน
ได้แก่
1.วิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา
กำหนดปัญหาที่เกิดขึ้นหรือกำหนดขอบเขตการแก้ปัญหา จะต้องระบุความต้องการให้ชัดเจนว่า ต้องการอะไร
2.รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นและเลือกวิธีแก้ปัญหา (
กำหนดปัญหาที่เกิดขึ้นหรือกำหนดขอบเขตการแก้ปัญหา จะต้องระบุความต้องการให้ชัดเจนว่า ต้องการอะไร
2.รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นและเลือกวิธีแก้ปัญหา (
เมื่อกำหนดปัญหาแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ
รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหา
เช่น รวบรวมข้อมูลจากวารสาร สื่อเทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่วิธีการแก้ปัญหา
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งจะเป็นช่องทางที่สามารถใส่เนื้อหาที่เราต้องการให้ผู้อื่นได้เรียนรู้
และถือว่าเป็นช่องทางของการบูรณาการได้ดีที่สุด
จากนั้นะต้องตัดสินใจเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหา โดยนำข้อมูล
ที่รวบรวมได้มาประกอบกันจนได้ข้อสรุปว่า จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาเป็นแบบใด
โดยวิธีการที่เลือกอาจยึดแนวที่ว่า เมื่อเลือกแล้วจะทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น (Better)
สะดวกสบายหรือรวดเร็วขึ้น(Fasterspeed)
ประหยัดขึ้น
(Cheaper) รวมทั้งวิธีการเหล่านี้ จะต้องสอดคล้องกับทรัพยากร (Resource) ที่มีอยู่
3.ออกแบบและปฏิบัติ
ขั้นตอนนี้จะเป็นการทำให้เรารู้จักคิดออกแบบ
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเครื่องใช้เสมอไป อาจเป็นวิธการก็ได้
และการออกแบบไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเสมอไป อาจเป็นแค่ลำดับความคิด
หรือจินตนาการให้เป็นขั้นตอนซึ่งรวมปฏิบัติการลงไปด้วย นั่นคือเมื่อออกแบบแล้วต้องลงมือทำ
และลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ออกแบบไวh จากนั้นนำสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการนั้นทดลองใช้เพื่อทดสอบว่าใช้งานหรือทำงานได้
หรือไม่มีข้อบกพร่องอย่างไร ถ้ายังไม่ได้ก็ไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ ปรับปรุง แก้ไข
4.การปรับปรุงและทดสอบ
4.การปรับปรุงและทดสอบ
หลังจากการทดสอบผลแล้วพบว่า
สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น หรือวิธีการที่คิดขึ้นไม่ทำงานโดยมีข้อบกพร่อง
ก็ทำการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมได้
เมื่อปรับปรุงแก้ไขจนใช้งานได้ดีตามวิธีการที่ออกแบบแล้ว
ก็นำมาประเมินผลโดยรวมโดยพิจารณาดังนี้
• สิ่งประดิษฐ์สามารถแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการที่ระบุไว้ได้หรือไม่
• สวยงาม ดึงดูดใจผู้ใช้หรือไม่
• แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหรือไม่
• ต้นทูนสูงเกินไปหรือไม่
• อื่นๆ
สรุปการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ไม่ว่าเราจะทำงานใดก็ตาม
ปัญหาเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ปัญหามีหลายวิธี
และการแก้ปัญหาอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยด้วยหรือจะไม่ใช้ก็ได้...
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยวิธีการต่างๆ ส่วนมากจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และจำเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
วิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีคล้ายกับการแก้ปัญกาทางวิศวกรรมมาก แต่ในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานใดๆ ก็ตาม จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบคอบเสียก่อน ทั้งนี้เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่ใช้เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหได้ทุกเรื่อง
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยวิธีการต่างๆ ส่วนมากจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และจำเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
วิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีคล้ายกับการแก้ปัญกาทางวิศวกรรมมาก แต่ในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานใดๆ ก็ตาม จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบคอบเสียก่อน ทั้งนี้เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่ใช้เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหได้ทุกเรื่อง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น